Skip to content
เทียบให้ชัด! Bambu Lab H2S / H2D / H2C เลือกรุ่นไหนให้ตรงใจ

เทียบให้ชัด! Bambu Lab H2S / H2D / H2C เลือกรุ่นไหนให้ตรงใจ

Bambu Lab H2 Series คือกลุ่มเครื่อง 3D Printer ระดับบนของ Bambu Lab ที่ออกแบบมาเพื่องานต้นแบบ งานชิ้นส่วนใช้งานจริง และงานผลิตจำนวนน้อย ปัจจุบันมีให้เลือก 3 รุ่นหลักคือ H2S, H2D และ H2C ทั้งสามรุ่นใช้โครงเครื่องปิดขนาดใหญ่และพื้นฐานเดียวกัน แต่แตกต่างกันชัดเจนที่ "ระบบหัวพิมพ์" ซึ่งเป็นตัวกำหนดว่าเครื่องเหมาะกับงานแบบไหน บทความนี้จะสรุปความต่างแบบเข้าใจง่าย ตั้งแต่จำนวนหัวฉีด ระบบเปลี่ยนหัวพิมพ์ Vortek ของ H2C ตัวเลือก Laser Module ไปจนถึงคำแนะนำว่าใครควรเลือกรุ่นไหน

ภาพรวม H2 Series: พื้นฐานเดียวกัน ต่างกันที่หัวพิมพ์

จุดร่วมของทั้งสามรุ่นคือเป็นเครื่องแบบปิดที่มี Active Chamber Heating สูงสุด 65°C และหัวฉีดที่ทำอุณหภูมิได้สูงสุด 350°C จึงรองรับทั้งวัสดุทั่วไปอย่าง PLA, PETG และวัสดุวิศวกรรมที่ต้องการห้องพิมพ์อุ่นเพื่อลดการบิดงอ เช่น ABS, ASA, PC, PA รวมถึงเส้นผสมคาร์บอนหรือใยแก้ว นอกจากนี้ทุกรุ่นต่อระบบ AMS ได้หลายชุดพร้อมกัน โดย Bambu Lab ระบุว่ารองรับ AMS 2 Pro สูงสุด 4 ชุดร่วมกับ AMS HT สูงสุด 8 ชุด รวม 24 ช่องเส้น

สิ่งที่ทำให้ราคาและการใช้งานต่างกันคือ H2S ใช้หัวพิมพ์เดียว H2D ใช้หัวพิมพ์คู่ ส่วน H2C ต่อยอดจากหัวพิมพ์คู่ด้วยระบบเปลี่ยน hotend อัตโนมัติ

ตารางเปรียบเทียบสเปกหลัก

หัวข้อ H2S H2D H2C
ระบบหัวพิมพ์ Single Nozzle Dual Nozzle Dual Nozzle + Vortek Hotend Change (hotend สลับได้สูงสุด 6 ตัว)
Build Volume (หัวเดียว) 340 x 320 x 340 mm 325 x 320 x 325 mm 325 x 320 x 325 mm (ซ้าย) / 305 x 320 x 325 mm (ขวา)
Build Volume (พิมพ์สองหัว) - 300 x 320 x 325 mm 300 x 320 x 325 mm
อุณหภูมิหัวฉีดสูงสุด 350°C 350°C 350°C
Active Chamber Heating 65°C 65°C 65°C
Laser Module 10W (ไม่รองรับ 40W) 10W หรือ 40W มีชุด Laser Full Combo 10W/40W จากแบรนด์ (สอบถามทีมงาน)
รุ่นย่อยที่ร้านมีให้เลือก Standalone / AMS Combo / Laser Combo Standalone / AMS Combo / Laser Combo H2C

หมายเหตุ: ตัวเลข Build Volume อ้างอิงจากข้อมูลของ Bambu Lab และคำอธิบายสินค้าในร้าน ณ วันที่เขียน

Bambu Lab H2S: หัวเดียว พื้นที่พิมพ์กว้างที่สุดในซีรีส์

Bambu Lab H2S เป็นรุ่นหัวพิมพ์เดียวที่ได้พื้นที่พิมพ์ใหญ่สุดในกลุ่ม คือ 340 x 320 x 340 mm เพราะไม่ต้องเผื่อพื้นที่ให้หัวพิมพ์ที่สอง จึงเหมาะกับชิ้นงานขนาดใหญ่ชิ้นเดียว เช่น กล่องอุปกรณ์ จิ๊กและฟิกซ์เจอร์ หรือชิ้นส่วนต้นแบบที่ไม่อยากแบ่งพิมพ์

  • ห้องพิมพ์ทำความร้อน 65°C และหัวฉีด 350°C เท่ากับรุ่นพี่ จึงพิมพ์วัสดุวิศวกรรมได้ในระดับเดียวกัน
  • ต่อ AMS ได้สูงสุด 24 ช่อง ทำงานหลายสีได้ด้วยการสลับเส้นผ่านหัวฉีดเดียว (มีการ purge เส้นเมื่อเปลี่ยนสี)
  • รองรับ Laser Module 10W (455 nm) ซึ่ง Bambu Lab ระบุว่าตัดไม้อัด อะคริลิก หรือ PU ได้หนาสูงสุดประมาณ 5 mm และมี Cutting Module สำหรับตัดกระดาษ ไวนิล หนังเทียม พร้อมที่จับปากกาสำหรับวาดเส้น
  • มีกล้อง BirdsEye มุมบนร่วมกับกล้องที่หัวพิมพ์ ช่วยจัดตำแหน่งงานเลเซอร์และงานตัดให้ตรงกับวัสดุ

ข้อจำกัดคือ H2S ไม่รองรับ Laser 40W หากงานหลักคือการตัดวัสดุหนาหรือแกะสลักปริมาณมาก ควรมองไปที่ H2D

Bambu Lab H2D: หัวพิมพ์คู่ พร้อมตัวเลือก Laser 10W/40W

Bambu Lab H2D มีหัวพิมพ์สองหัวแยก hotend กันอย่างอิสระ ข้อดีที่เห็นชัดคือพิมพ์สองวัสดุในงานเดียวได้สะดวก เช่น ใช้ PLA หรือ PETG เป็นตัวงานและใช้วัสดุ Support อีกชนิดในหัวที่สอง ทำให้แกะ Support ง่ายขึ้นและผิวงานด้านล่างเรียบขึ้น อีกทั้งการสลับระหว่างสองหัวไม่ต้องล้างเส้นเก่าออกทุกครั้งเหมือนเครื่องหัวเดียว จึงช่วยลดเศษเส้นในงานสองสี

  • Build Volume เมื่อใช้หัวเดียว 325 x 320 x 325 mm เมื่อพิมพ์สองหัว 300 x 320 x 325 mm และหากใช้เส้นชนิดเดียวกันทั้งสองหัวสามารถใช้พื้นที่รวมได้ถึง 350 x 320 x 325 mm
  • เลือก Laser Module ได้ทั้ง 10W และ 40W โดย Bambu Lab ระบุความหนาตัดไม้อัด Basswood สูงสุด 5 mm สำหรับ 10W และ 15 mm สำหรับ 40W
  • เครื่องรุ่น Laser Edition มีหน้าต่างกันแสงเลเซอร์และระบบ Air Assist มาให้ ส่วนเครื่องรุ่นปกติอัปเกรดภายหลังได้ด้วย Laser Upgrade Kit
  • มีตัวเลือกเสริม Vision Encoder สำหรับงานที่ต้องการความแม่นยำการเคลื่อนที่สูงเป็นพิเศษ (ซื้อแยก)

H2D จึงเป็นรุ่น "อเนกประสงค์" ที่สุดในซีรีส์ เหมาะกับสตูดิโอ ร้านรับงาน หรือ Maker ที่ต้องการทั้งงานพิมพ์สองวัสดุและงานเลเซอร์ในเครื่องเดียว

Bambu Lab H2C: ระบบ Vortek สำหรับงานหลายวัสดุจริงจัง

Bambu Lab H2C พัฒนาต่อจาก H2D โดยเพิ่ม Vortek Hotend Change System ซึ่ง Bambu Lab อธิบายว่าเป็นระบบที่ใช้ hotend แบบเชื่อมต่อไร้สัมผัสได้สูงสุด 6 ตัว แต่ละตัวกำหนดให้ประจำเส้นแต่ละสีหรือแต่ละวัสดุได้ และใช้การให้ความร้อนแบบเหนี่ยวนำ (Induction) ที่ทำอุณหภูมิใช้งานได้ภายในประมาณ 8 วินาที

ผลลัพธ์คือเมื่อเปลี่ยนสี เครื่องเปลี่ยน hotend แทนการดันเส้นเก่าออก Bambu Lab ระบุว่า H2C พิมพ์ได้สูงสุด 7 สีหรือ 7 วัสดุในงานเดียวโดยไม่ต้อง purge ล้างหัวฉีด และหากใช้มากกว่านั้น ซอฟต์แวร์จะคำนวณการจัดเส้นให้เกิดเศษน้อยที่สุด เมื่อใช้ร่วมกับ AMS เครื่องรองรับเส้นได้ถึง 24 ม้วนพร้อมกัน

  • เหมาะกับงานโมเดลหลายสีที่เปลี่ยนสีถี่ งานที่ผสมวัสดุแข็งกับวัสดุนิ่ม หรือวัสดุที่ต้องใช้อุณหภูมิต่างกันมาก
  • ลดเวลาเปลี่ยนสีและลดขยะพลาสติกจากการ purge ซึ่งเป็นต้นทุนแฝงของงานหลายสีบนเครื่องหัวเดียว
  • คงความสามารถพื้นฐานของ H2 Series ไว้ครบ ทั้งหัวฉีด 350°C ห้องพิมพ์ 65°C และฐานพิมพ์สูงสุด 120°C

ในต่างประเทศ Bambu Lab มีชุด H2C Laser Full Combo ทั้ง 10W และ 40W แต่รุ่นที่จำหน่ายในร้านอาจแตกต่างกันตามล็อตนำเข้า หากต้องการชุดเลเซอร์แนะนำสอบถามทีมงานก่อนสั่งซื้อ

เรื่องหัวพิมพ์และอะไหล่: เตรียมพร้อมสำหรับวัสดุ Abrasive

เส้นผสมคาร์บอนหรือใยแก้ว เช่น PLA-CF, PETG-CF, PA-CF มีความสึกกร่อนสูง หากใช้งานบ่อยควรมี hotend สำรองไว้เปลี่ยน ทางร้านมี Bambu Lab Hardened Steel Hotend Nozzle for H2 Series ขนาด 0.4 mm และ 0.6 mm ซึ่งออกแบบให้ถอดเปลี่ยนได้รวดเร็ว ก่อนสั่งซื้อแนะนำแจ้งรุ่นเครื่องกับทีมงานเพื่อเช็กความเข้ากันได้ โดยเฉพาะ H2C ที่ใช้ hotend แบบ Induction ในระบบ Vortek

สรุป: ใครควรเลือกรุ่นไหน

  • เลือก H2S ถ้าต้องการพื้นที่พิมพ์ใหญ่ที่สุด เน้นงานชิ้นใหญ่หรือวัสดุวิศวกรรมสีเดียว และอยากได้งานเลเซอร์ 10W เป็นตัวเสริม ในงบที่ต่ำกว่า H2D
  • เลือก H2D ถ้าพิมพ์สองวัสดุเป็นประจำ เช่น ตัวงานกับ Support หรือแข็งกับนิ่ม และต้องการ Laser 40W สำหรับตัดวัสดุหนา
  • เลือก H2C ถ้างานหลักคือหลายสีหลายวัสดุจำนวนมาก ต้องการลดเศษ purge และลดเวลาเปลี่ยนสีให้มากที่สุด

หากยังลังเลระหว่าง H2 Series กับรุ่นเล็กกว่าอย่าง P2S สามารถอ่านบทความ Bambu Lab P2S vs P1S ต่างกันอย่างไร หรือภาพรวมทุกรุ่นใน Bambu Lab มีกี่รุ่น แตกต่างกันยังไง

คำถามที่พบบ่อย

H2S พิมพ์หลายสีได้หรือไม่

ได้ เมื่อต่อกับ AMS เครื่องจะสลับเส้นผ่านหัวฉีดเดียว ซึ่งต้องมีการ purge เส้นเก่าออกทุกครั้งที่เปลี่ยนสี จึงมีเศษเส้นมากกว่า H2D หรือ H2C ในงานที่เปลี่ยนสีถี่

Laser 10W กับ 40W ต่างกันอย่างไร

40W ตัดได้หนากว่าและแกะสลักได้เร็วกว่า โดย Bambu Lab ระบุความหนาตัดไม้อัด Basswood สูงสุด 5 mm สำหรับ 10W และ 15 mm สำหรับ 40W ทั้งนี้ H2S รองรับเฉพาะ 10W ส่วน H2D เลือกได้ทั้งสองแบบ

H2C ใช้วัสดุอะไรได้บ้าง

ตามข้อมูลสินค้า H2C รองรับ PLA, PETG, TPU, PVA, BVOH, ABS, ASA, PC, PA, PET, PPS รวมถึงเส้นผสมคาร์บอนหรือใยแก้ว ควรอบเส้นที่ดูดความชื้นง่ายก่อนใช้งานเสมอ

ต้องใช้ห้องหรือการระบายอากาศพิเศษไหม

สำหรับงานพิมพ์ ABS/ASA และงานเลเซอร์ควรวางเครื่องในพื้นที่ระบายอากาศได้ดี ชุดเลเซอร์ของ Bambu Lab มีท่อระบายอากาศมาให้ ควรต่อออกนอกอาคารและห้ามเปิดใช้งานเลเซอร์โดยไม่มีคนดูแล

เลือกเครื่อง H2 Series ให้ตรงกับงานตั้งแต่แรกช่วยประหยัดงบได้มาก หากต้องการคำแนะนำตามลักษณะงานจริง ทีมงาน 3D Printer Thai พร้อมให้คำปรึกษา สาธิตการใช้งาน และอบรมการใช้งานหลังการขาย ติดต่อทีมงานได้ที่นี่ สำหรับเงื่อนไขการรับประกันดูได้ที่ หน้ารับประกันสินค้า

Cart 0

Your cart is currently empty.

Start Shopping